วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ไอเดียเจ๋ง! ปรับแต่งเครื่องตัดหญ้า ใช้ล้อแทนการแบกสะพาย ช่วยทุ่นแรงยิ่งขึ้น


คุณกฤษณะ สิทธิหาญ เกษตรกรวัย 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง อาชีพหลักคือ การปลูกสับปะรด ในอดีตนั้นเรียนจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จาก กศน. จังหวัดลำปาง หลังจากเรียนจบแล้วได้เดินทางออกจากบ้านเพื่อหาประสบการณ์ในเมืองหลวงเป็นเวลาหลายปี ได้รับความรู้ด้านช่างยนต์ ช่างกลึงเหล็ก ช่างไฟฟ้า ฯลฯ เรียกได้ว่ามีประสบการณ์ด้านช่างมาโดยตรงจากนายจ้างที่ไปอาศัยอยู่ จนกระทั่งแต่งงานมีครอบครัวจึงได้ย้ายกลับมาประกอบอาชีพที่จังหวัดลำปางบ้านเกิดของตนเอง นอกจากจะคิดค้นวิธีการปลูกสับปะรดแนวใหม่ ประดิษฐ์เครื่องพ่นยาหรือสารเคมี เครื่องมืออื่นๆ ที่ประหยัดแรงงาน ประหยัดพลังงาน ฯลฯ แต่ในที่นี้ใคร่นำเสนอ เครื่องตัดหญ้าที่ดัดแปลงใช้ล้อแทนการแบกสะพาย
คุณกฤษณะ สิทธิหาญ
คุณกฤษณะ สิทธิหาญ
เครื่องตัดหญ้าที่นิยมใช้กันนั้น จะเป็นแบบสายสะพายบนบ่า ตัดหญ้าได้ง่าย รวดเร็ว แต่หากทำงานใช้ตัดหญ้านานๆ ก็จะเกิดความเหนื่อยล้า ปวดหลัง ปวดเอว คุณกฤษณะจึงได้คิดประดิษฐ์ให้มีน้ำหนักเบา โดยการใช้ล้อรถจักรยานเข้ามาช่วยแบ่งเบา เริ่มจากการหาล้อจักรยาน ขนาด 17 นิ้ว 2 ล้อ ประกอบเป็นฐานที่มีแกนล้อทั้งสองข้าง จากนั้นนำเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายที่ใช้งานปกตินั้นมาดัดแปลง เพลาที่ต่อจากเครื่องถึงใบมีดจะต้องตัดให้สั้นลง เพื่อใบมีดและเครื่องตัดหญ้าแหงนหรือไม่สมดุลกัน จากนั้นนำไปติดตั้งบนฐานล้อเพื่อใช้เข็นแบบล้อเข็นทั่วไป ถ่วงน้ำหนักระหว่างใบมีดและมือจับให้สมดุลกัน ด้ามมือจับใช้ท่อเหล็กต่อกันคล้ายตัววีหรือตัวยู ใช้ประกับยึดให้แน่น 4 ตัว ที่ยืดหยุ่นหรือขยายปรับระดับได้ อีกทั้งโยกด้านหน้าและหลังเพื่อสามารถพับเก็บได้ ทำให้สะดวกต่อการขนย้าย อุปกรณ์คันเร่งและสายคันเร่งจะใช้ของเดิม แต่ต้องตัดต่อให้เหมาะสมเพราะสายคันเร่งจะยาวกว่าเดิม จากนั้นจะประกอบกระบังพลาสติกที่เพลาขับเพื่อป้องกันเศษหิน เศษดิน กระเด็นมาทางด้านหลัง จากนั้นจะใช้เส้นลวดที่มีความแข็งพอสมควรผูกและบิดเป็นเกลียวที่วงกลมแทนใบมีด เพื่อเป็นการประหยัดใบมีดและลดอันตรายที่จะเกิดจากใบมีดหักกระเด็นมาถูกคนด้านหลัง ดัดแปลงท่อไอเสียที่ออกด้านหลังให้ควันท่อไอเสียลงด้านล่าง
%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab
หลังจากประกอบเครื่องตัดหญ้าแบบใหม่แล้ว ทดลองใช้ตัดหญ้าทั่วไป นับว่าได้ผลจริง ตัดหญ้าได้รวดเร็ว ไม่ต้องหนักบ่าที่ต้องสะพายอยู่ตลอดเวลา คุณกฤษณะ สิทธิหาญ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำไร่ ระดับจังหวัดของจังหวัดลำปาง และระดับภาคเหนือ ของกรมส่งเสริมการเกษตร

ปลูกผักสวนครัวง่าย ๆ ไม่ยากอย่างที่คิด คุณเองก็ทำได้ - วีดีโอ Timelapse

วีดีโอ Timelapse 
ปลูกผักสวนครัวง่าย ๆ ไม่ยากอย่างที่คิด คุณเองก็ทำได้
รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน ปีที่ 1



ผัก คือ พืชที่มนุษย์นำส่วนใดส่วนหนึ่งของพืชอาทิ ผล ใบ ราก ดอก หรือลำต้น มาประกอบอาหาร ซึ่งไม่นับรวมผลไม้ ถั่ว สมุนไพร และเครื่องเทศ แต่เห็ด ซึ่งในทางชีววิทยาจัดเป็นพวกเห็ดรา ก็นับรวมเป็นผักด้วย

หลายบ้านมักจะปลูกผักไว้เพื่อบริโภคภายในครัวเรือน เรียกว่าเป็นผักสวนครัว หรือบางครั้งก็เพื่อเป็นไม้ประดับ ใช้พื้นที่ในการปลูกไม่มาก พืชผักส่วนใหญ่เป็นพืชที่มีอายุสั้นเพียงฤดูเดียว แต่ผักบางชนิดอาจมีอายุมากกว่า 1 ปี หากมีจำนวนมากเหลือจากการบริโภค ก็สามารถนำไปจำหน่ายได้
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81

พืชผักสวนครัว  หมายถึง พืชที่ใช้ส่วนต่างๆ เป็นอาหาร เช่น ลำต้น ใบ ดอก ผล และหัว พืชผักสวนครัวสามารถปลูกไว้ในบริเวณบ้านเพื่อใช้บริโภคภายในครอบครัว ถ้าเหลือก็สามารถนำไปจำหน่ายเพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว ซึ่งสามารถแบ่งตามลักษณะการนำมาประกอบอาหารได้ 4 ประเภท  ดังนี้
1.  ใช้ผลเป็นอาหาร  เช่น  แตงกวา  มะเขือเทศ  พริกหวาน
2.  ใช้ใบและลำต้นเป็นอาหาร  เช่น  ผักกาดขาว  ตำลึง  ผักคะน้า  สะระแหน่
3.  ใช้ดอกเป็นอาหาร  เช่น  กะปล่ำดอก  ดอกแค  บร็อคโคลี่
4.  ใช้หัวหรือรากที่อยู่ใต้ดินเป็นอาหาร  เช่น  หอมหัวใหญ่  แครอต  กระเทียม  ขิง

พืชผักสวนครัวเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกลือแร่ และวิตามิน การบริโภค

ประโยชน์ของพืชผักสวนครัว
1. ใช้รับประทานเป็นอาหารโดยอาจรับประทานสดๆ เช่น แตงกวา กะหล่ำปลี หรือนำไปปรุงเป็นอาหารก่อน ซึ่งผักแต่ละชนิดจะมีสารอาหารที่แตกต่างกัน เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ เป็นต้น
2. ใช้เป็นพืชสมุนไพรรักษาโรค เช่น หอม กระเทียม ขิง สะระแหน่ เป็นต้น
3. ใช้ขายเพื่อเป็นรายได้ของครอบครัว
4. ทำให้ผู้ปลูกมีร่างกายแข็งแรง เพราะต้องพรวนดิน รดน้ำ ใส่ปุ๋ย และดูแลผัก อยู่เสมอ ทำให้ได้ออกกำลังกายไปในตัว
5. ทำเป็นรั้วบ้านได้ คือ ปลูกล้อมกั้นเป็นเขตของบ้าน ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “ผักสวนครัว รั้วกินได้” เช่น กระถิน ชะอม ตำลึง มะระ เป็นต้น

ปุ๋ยยูเรีย แบบปุ๋ยอินทรีย์ ชนิดน้ำ (คุณภาพเหมือน ปุ๋ยเคมี 46-0-0) ด้วยงบไม่กี่ร้อยบาท


ปุ๋ยยูเรีย คือปุ๋ยสูตรไนโตรเจนสูง เป็นแม่ปุ๋ยเคมีเม็ดกระสอบสูตรปุ๋ย 46-0-0 เหมาะสำหรับการให้ปุ๋ยช่วงแรกของพืชที่ต้องการการเจริญเติบโตทางใบ เช่น พืชไร่ และนาข้าว พืชสวน พืชผัก/ไม้ประดับ พืชสามารถดูดซับนำธาตุอาหารไปใช้ได้ง่ายช่วยบำรุงส่วนใบก้านใบของพืชช่วยให้พืชใบเขียวเร็ว การสังเคราะห์แสงเพื่อการเจริญเติบโตได้ดี ใช้ปุ๋ยยูเรียหว่านสำหรับพืชไร่ หรือหยอดโคนต้นสำหรับพืชทั่ว ๆ ไปเป็นการให้ปุ๋ยรอบแรกของพืช หรือพืชเจริญเติบโตทางใบใด้ดีให้ครั้งเดียวหากให้แบบต่อเนื่องทำให้พืชขาดธาตุอาหารที่สมบูรณ์
การให้ปุ๋ยยูเรียจะทำให้โครงสร้างลำต้นของพืชไม่ค่อยแข็งแรง ทำให้แมลงต่าง ๆ ของพืชชอบกัดกินลำต้นและใบ การให้ปุ๋ยยูเรียส่วนใหญ่จะให้กับพืชในช่วงแรก เมื่อพืชเจริญเติบโตช่วงหนึ่งแล้วจำเป็นต้องให้ปุ๋ยรอบสองที่เกี่ยวกับการพัฒนาตามลักษณะของพืช เช่น พืชออกดอกผลจะต้องใช้ปุ๋ยสูตรผสมตัวกลางสูง หรือพืชลงหัวต้องให้ปุ๋ยสูตรผสมตัวท้ายสูง ต้องจัดทำเตรียมโรงเรือนสำหรับเป็นที่เก็บปุ๋ยอย่างดีป้องกันการเสื่อมสภาพจากความร้อนและความชื้นก่อนนำไปใช้
สูตรปุ๋ยยูเรียน้ำ บำรุงต้นข้าวส่วนผสม
  • ถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม
  • สับปะรดทั้งเปลือก 2 กิโลกรัม
  • กากน้ำตาล 3 กิโลกรัม
  • จุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตร (นำหน่อกล้วยมาสับให้ละเอียด ทั้งต้น เติมกากน้ำตาลลงไป 1 ลิตร หมักไว้ 10 วัน)
  • น้ำซาวข้าว 10 ลิตร หรือ น้ำมะพร้าว 10ลิตร
วิธีทำการ
  1. นำถั่วเหลืองลงในถังหมัก
  2. นำสับปะรดมาสับเป็นชิ้นเล็กๆเอาทั้งเปลือกก่อนลงถังหมัก
  3. จากนั้นเอากากน้ำตาล จุลินทรีย์ น้ำซาวข้าวที่เตรียมไว้ผสมลงในถังหมักคนให้เข้ากัน
  4. หมักทิ้งไว้ 14 วัน กรองเอาแต่น้ำก็จะได้ปุ๋ยยูเรียน้ำที่ต้องการ
คุณสมบัติที่ควรรู้
  • ถั่วเหลืองเป็นพืชตระกูลถั่วที่มีสารไนโตรเจน เมื่อผ่านกระบวนการหมักจะได้กรดอะมิโม-โปรตีนต่างๆที่เป็นปุ๋ยได้ดี
  • สับปะรดทำหน้าที่เป็นเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีนทำให้กรดอะมิโนออกมาจึงทำให้ได้กรดอะมิโนเป็นน้ำปุ๋ยยูเรียที่มีคุณภาพ
  • กากน้ำตาลช่วยเป็นอาหารจุลินทรีย์ทำให้กระบวนการหมักปุ๋ยสมบูรณ์ได้คุณภาพยิ่งขึ้น
  • จุลินทรีย์หน่อกล้วยช่วยเป็นหัวเชื้อย่อยสลายวัถุดิบที่หมักให้ขยายจุลินทรีย์ต่างๆออกมาเป็นปุ๋ยยูเรียน้ำ
  • น้ำซาวข้าวมีวิตามินบีซึ่งช่วยเร่งราก
วิธีทำการทำปุ๋ยยูเรียน้ำ
การทำปุ๋ยยูเรียน้ำ นำถั่วเหลือง(ที่มีสารไนโตรเจน เมื่อผ่านกระบวนการหมักจะได้กรดอะมิโม-โปรตีนต่างๆ) ลงในถังหมัก จากนั้นนำสับปะรด(หน้าที่เป็นเอนไซม์ช่วยในการย่อยโปรตีนทำให้กรดอะมิโนออกมา และทำให้ได้กรดอะมิโนเป็นน้ำ จะทำให้ปุ๋ยยูเรียมีคุณภาพขึ้น) เอาทั้งเปลือกมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนลงถังหมัก จากนั้นเอากากน้ำตาล (ช่วยเป็นอาหารจุลินทรีย์และทำให้กระบวนการหมักปุ๋ยมีความสมบูรณ์และได้คุณภาพ) และตามด้วย จุลินทรีย์หน่อกล้วย (เป็นหัวเชื้อย่อยสลายวัตถุดิบที่หมัก เพื่อให้ขยายจุลินทรีย์ต่างๆออกมาเป็นปุ๋ยยูเรียน้ำ) น้ำซาวข้าว (มีวิตามินบีซึ่งช่วยเร่งราก) ที่เตรียมไว้ นำมาผสมลงในถังหมักแล้วจัดการคนให้เข้ากันโดยหมักทิ้งไว้เป็นเวลา 14 วัน กรองเอาแต่น้ำ เพียงเท่านี้ก็จะได้ปุ๋ยยูเรียน้ำที่ต้องการ
การนำไปใช้
  • ปุ๋ยยูเรียน้ำ 2ช้อน ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วต้นกล้า/ข้าวหรือพืชผัก ประมาณ3-7วัน
    (กรณีใช้จำนวนมาก ปุ๋ยยูเรียน้ำ 5ลิตร ต่อน้ำ 200 ลิตร
ประโยชน์ของปุ๋ยยูเรียน้ำบำรุงต้นข้าว
  • ปุ๋ยยูเรียน้ำสูตรนี้เทียบเท่ากับ ปุ๋ยเคมี 46-0-0
  • ปุ๋ยสูตรนี้คุณสมบัติเท่ากับปุ๋ยยูเรีย 2 กระสอบ
  • ช่วยลดต้นทุนการผลิตอย่างเห็นได้ชัด เพราะปุ๋ยยูเรียสูตรนี้ลงทุนไม่ถึง 100 บาท
  • วัตถุดิบหาง่าย เกษตรกรผู้สนใจสามารถผลิตด้วยต้นเองอยู่ได้แบบยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
  • เหมาะสำหรับเกษตรอินทรีย์ที่ทดแทนการใช้ปุ๋ยยูเรีย
  • ปุ๋ยยูเรียน้ำไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมทำให้ดินร่วนซุย ไม่แน่น ไม่แข็งเหมือนกับใส่ปุ๋ยเรียที่เป็นสารเคมี
  • รากของต้นข้าว-พืชจะงอกหรือเดินได้เร็วขึ้นเนื่องจากได้วิตามินบีจากน้ำซาวข้าวเป็นตัวช่วยดังที่กล่าวมาข้างต้น
**กรณีฉีดพ่นต้นกล้าหรือข้าวนาหว่านที่กำลังเริ่มงอกแตกยอด ให้ใช้ปุ๋ยยูเรียน้ำ 5 ลิตร+จุลินทรีย์หน่อกล้วย 5 ลิตร+ฮอร์โมนไข่ 5 ลิตร ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วนาข้าวประมาณ 3-7 วัน จะช่วยเร่งการเจริญเติบโตได้ ทำให้ต้นข้าวแข็งแรง ต้านทานโรค รวงใหญ่ น้ำหนักดี โดยที่ไม่ต้องใส่ปุ๋ยเคมีอีกต่อไป

เครดิตถ์ : http://www.monmai.com/